วิธีป้องกันโรคเบาหวาน เลือกอาหารช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด| NHS

วิธีป้องกันเบาหวานด้วยการเลือกอาหารที่เหมาะสมและทางเลือกอาหารทางการแพทย์ พร้อมแนวทางควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ปรับพฤติกรรมการกิน และลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน

อาหารที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันความเสี่ยงโรคเบาหวาน

ระดับน้ำตาลในเลือดเป็นตัวชี้วัดสุขภาพที่สำคัญ เพราะกลูโคสเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย แต่หากมีระดับน้ำตาลสูงต่อเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน

ลดน้ำตาลในเลือดด้วยโภชนาการได้อย่างไร? การเลือกอาหารที่มีใยอาหารสูง ควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรต ลดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และรับประทานโปรตีนอย่างเพียงพอ เป็นแนวทางสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ควบคู่กับการออกกำลังกายและดูแลน้ำหนักตัวให้เหมาะสม

 

วิธีป้องกันโรคเบาหวาน

 

ระดับน้ำตาลในเลือด และดัชนีน้ำตาล

ระดับน้ำตาลในเลือด คือปริมาณกลูโคสในกระแสเลือดที่ร่างกายใช้เป็นพลังงาน หลังรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ระดับน้ำตาลจะเพิ่มขึ้นและกระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งอินซูลิน เพื่อช่วยนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์และรักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม

ดัชนีน้ำตาล เป็นค่าที่บ่งบอกว่าอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นเร็วหรือช้าเมื่อเทียบกับอาหารอ้างอิง แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่

  1. ดัชนีน้ำตาลต่ำ (GI 55 หรือต่ำกว่า) เช่น ถั่วบางชนิดและธัญพืชไม่ขัดสี ช่วยให้ระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารเพิ่มขึ้นช้ากว่าอาหาร GI สูง
  2. ดัชนีน้ำตาลปานกลาง (GI 56–69) ทำให้ระดับน้ำตาลเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง
  3. ดัชนีน้ำตาลสูง (GI 70 ขึ้นไป) เช่น ขนมปังขาวและอาหารจากแป้งขัดสีบางชนิด ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำตาลเพิ่มขึ้นรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม การเลือกอาหารไม่ควรดูเฉพาะค่า GI เพราะปริมาณคาร์โบไฮเดรต วิธีปรุง และสารอาหารอื่นในมื้ออาหาร เช่น โปรตีน ไขมัน และใยอาหาร ล้วนส่งผลต่อระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหาร

ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดผิดปกติ

ระดับน้ำตาลในเลือดที่ผิดปกติแบ่งได้เป็น 2 ภาวะหลัก ได้แก่

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เกิดเมื่อระดับกลูโคสในเลือดสูงกว่าปกติ อาจเกี่ยวข้องกับภาวะดื้อต่ออินซูลินหรือโรคเบาหวาน หากเป็นต่อเนื่องอาจส่งผลต่อหัวใจ หลอดเลือด ไต ดวงตา และระบบประสาท

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ โดยทั่วไปหมายถึงระดับน้ำตาลต่ำกว่า 70 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร พบได้ในผู้เป็นเบาหวานที่ใช้ยาบางชนิด โดยเฉพาะเมื่อรับประทานอาหารน้อยหรือออกกำลังกายมากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการมือสั่น เหงื่อออก ใจสั่น หรือเวียนศีรษะ

แพทย์อาจตรวจระดับน้ำตาลหลังอดอาหาร (Fasting Plasma Glucose: FPG) หรือระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c) ซึ่งสะท้อนระดับน้ำตาลเฉลี่ยประมาณ 2–3 เดือนที่ผ่านมา เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวาน

 

 

ผลตรวจ

ปกติ

ภาวะก่อนเบาหวาน

เข้าเกณฑ์เบาหวาน

น้ำตาลหลังอดอาหาร (mg/dL)ต่ำกว่า 100

100–125

ตั้งแต่ 126

HbA1c (%)ต่ำกว่า 5.7

5.7–6.4

ตั้งแต่ 6.5

 

การวินิจฉัยต้องพิจารณาผลตรวจและภาวะสุขภาพร่วมกัน โดยอาจต้องตรวจยืนยันเพิ่มเติมตามดุลยพินิจของแพทย์

 

สัญญาณและอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

สัญญาณและอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง

ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงอาจไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่หากระดับน้ำตาลสูงต่อเนื่อง อาจพบสัญญาณดังต่อไปนี้

  1. ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ โดยเฉพาะกลางคืน เนื่องจากร่างกายพยายามขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะ
  2. กระหายน้ำและคอแห้งบ่อย เกิดจากการสูญเสียน้ำผ่านปัสสาวะมากขึ้น
  3. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เพราะร่างกายนำกลูโคสไปใช้เป็นพลังงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  4. หิวบ่อยหรือน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ แม้รับประทานอาหารตามปกติ
  5. สายตาพร่ามัว ระดับน้ำตาลสูงอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของของเหลวภายในดวงตา
  6. แผลหายช้าหรือติดเชื้อง่าย โดยเฉพาะเมื่อมีระดับน้ำตาลสูงเป็นเวลานาน

หากพบหลายอาการร่วมกัน หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

 

ปรับพฤติกรรมควบคุมน้ำตาลในเลือด ลดเสี่ยงเบาหวาน

 

เคล็ดลับการปรับพฤติกรรมเพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

วิธีป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และดูแลระดับน้ำตาลในเลือด เริ่มต้นได้จากการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องงดคาร์โบไฮเดรตทั้งหมด

1. รับประทานโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม โปรตีนช่วยเสริมสร้างและคงสภาพมวลกล้ามเนื้อ โดยเลือกที่เป็นโปรตีนเวย์ โปรตีนคุณภาพดี ซึ่งมีบทบาทในการกระตุ้นอินซูลินให้กลูโคสไปใช้เป็นพลังงาน เช่น ปลา ไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน นอกจากนี้ยังมีการศึกษาถึงบทบาทในการกระตุ้นการหลั่งอินซูลินและช่วยควบคุมระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารได้ตั้งแต่ 2 ชั่วโมงแรก

2. ควบคุมปริมาณและเลือกชนิดคาร์โบไฮเดรต ลดแป้งขัดสีและเลือกอาหารที่มีใยอาหาร เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต และถั่ว โดยควบคุมปริมาณในแต่ละมื้อ เพราะแม้อาหารจะมี GI ต่ำ แต่หากรับประทานมากเกินไปก็อาจทำให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้นได้

3. ลดเครื่องดื่มและอาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม ชานมหวาน น้ำผลไม้เติมน้ำตาล และขนมหวาน ควรเลือกน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มไม่เติมน้ำตาลแทน

4. รับประทานผลไม้ในปริมาณพอดี เลือกผลไม้ทั้งผล เช่น ฝรั่ง แอปเปิล หรือส้ม แทนน้ำผลไม้ เพื่อให้ได้รับใยอาหารและควบคุมปริมาณน้ำตาลที่รับประทาน หรือหากต้องเลือกเสริมอาหาร เพราะทานผักผลไม้ไม่เพียงพอ ควรเลือกอาหารสูตรครบถ้วนที่มีใยอาหารหลากหลาย โดยเฉพาะใยอาหารละลายน้ำ PHGG ซึ่งมีงานวิจัยพบว่าสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลสะสมในเลือด HbA1c ดีขึ้นภายใน 6 สัปดาห์

5. ออกกำลังกายและดูแลน้ำหนักตัว การเดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือออกกำลังกายแบบแรงต้านอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้กล้ามเนื้อใช้กลูโคสได้ดีขึ้น และเพิ่มความไวต่ออินซูลิน

อาหารที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

การเลือก เมนูอาหารเบาหวาน ไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารจืดหรือไม่มีแป้ง แต่ควรเน้นอาหารที่มีใยอาหาร โปรตีนคุณภาพดี และไขมันดี พร้อมควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสม

1. ปลา อาหารทะเล และเวย์โปรตีน

ปลาและอาหารทะเลที่ปรุงสุกเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี ช่วยสร้างและคงสภาพมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการนำกลูโคสจากเลือดไปใช้เป็นพลังงาน โดยเฉพาะเมื่อออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การได้รับโปรตีนเพียงพอจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในระยะยาว

นอกจากนี้ เวย์โปรตีนยังมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน โดยมีงานวิจัยในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 บางกลุ่มพบว่า การรับประทานเวย์โปรตีนก่อนมื้ออาหารอาจช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินและชะลอการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหาร อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปริมาณและรูปแบบการรับประทาน จึงควรเลือกโปรตีนที่ไม่เติมน้ำตาลมากเกินไป ควบคู่กับการควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตและพลังงานรวม โดยผู้ที่มีโรคไตร่วมด้วยควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร

2. ผัก ผลไม้ และใยอาหารที่ช่วยดูแลระดับน้ำตาลในเลือด
ผักใบเขียว บรอกโคลี และแตงกวา เป็นตัวเลือกที่ช่วยเพิ่มใยอาหารในมื้ออาหาร ส่วนผลไม้ เช่น ฝรั่ง แอปเปิล และส้ม ควรรับประทานทั้งผลแทนน้ำผลไม้ เพื่อให้ได้รับใยอาหารมากกว่า โดยใยอาหารชนิดละลายน้ำบางประเภทมีส่วนช่วยชะลอการย่อยและดูดซึมคาร์โบไฮเดรต ทำให้ระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารเพิ่มขึ้นช้าลง พร้อมช่วยดูแลสุขภาพลำไส็
นอกจากนี้ PHGG หรือกัวร์กัมที่ผ่านการย่อยบางส่วน เป็นใยอาหารละลายน้ำอีกชนิดหนึ่งที่มีการศึกษาถึงประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหารและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงค่า HbA1c อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับปริมาณ ระยะเวลาที่ได้รับ และภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล จึงไม่สามารถสรุปได้ว่า PHGG เพียงอย่างเดียวช่วยลด HbA1c ได้ในทุกคน

3. พืชตระกูลถั่วและธัญพืช
ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วลูกไก่ และธัญพืชไม่ขัดสี เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่มีใยอาหารและโปรตีน ซึ่งช่วยชะลอการย่อยและการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตบางส่วน ควรเลือกรูปแบบไม่เติมน้ำตาลและรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

สำหรับคำถามที่ว่า ผู้สูงอายุเบาหวานควรเลือกอาหารเสริมแบบไหน หรืออาหารทางการแพทย์สำหรับเบาหวานเลือกอย่างไร? ควรพิจารณาอาหารสูตรครบถ้วนที่มีโปรตีนเพียงพอ ควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรต มีใยอาหาร และเหมาะกับภาวะสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานอาหารปกติได้ไม่เพียงพอ

สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมโภชนาการเพื่อดูแลระดับน้ำตาลในเลือด อาจพิจารณาเลือก อาหารทางการแพทย์สูตรครบถ้วนที่ออกแบบตามความต้องการทางโภชนาการของผู้ป่วยเบาหวาน โดยเน้นโปรตีนคุณภาพดี เช่น โปรตีนเวย์ ใยอาหารหลากหลายชนิด รวมถึง PHGG ไขมันดี MUFA และสูตรที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ พร้อมวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น เพื่อช่วยให้ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอควบคู่กับการดูแลระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเพื่อเลือกสูตรและปริมาณที่เหมาะสมกับภาวะสุขภาพ

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดควรเริ่มจากการเลือกรับประทานอาหารให้สมดุล เน้นโปรตีนคุณภาพดี ใยอาหาร และคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่กับการออกกำลังกายและติดตามระดับน้ำตาลอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่มีโรคเบาหวานหรือโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเพื่อวางแผนโภชนาการที่เหมาะสม

 

Reference:
  1. https://amway.co.th/articles/glycemic-index
  2. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/25005331/ 

คือ