มะเร็ง กินดีสู้ได้

รักษามะเร็ง...คำแนะนำ 3 ข้อ จากงานวิจัยทางการแพทย์ล่าสุด


การรักษามะเร็งด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน มีงานวิจัยใหม่ ๆ ออกมาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะด้านอาหาร พบว่า หากผู้ที่กำลังจะผ่าตัด ฉายแสง หรือทำเคมีบำบัด หากกินอาหารถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้น เช่น

1. ผลเลือดออกมาดี รักษาครบตามที่แพทย์วางแผนไว้
2. ลดโอกาสการติดเชื้อ แผลหายเร็ว ฟื้นตัวเร็วขึ้น
3. ลดความรุนแรงของแผลในช่องปาก กินอาหารได้ดีขึ้น
4. ลดอาการอ่อนแรง ลดการขาดสารอาหาร

เป็นที่น่าเสียดายหากผู้เป็นมะเร็งไม่รู้ข้อมูลเหล่านี้ แล้วปล่อยให้ร่างกายทรุดโทรม อาจทำให้ผลเลือดไม่ผ่าน ทนการรักษาไม่ไหว หรือต้องหยุดการรักษาทำให้มะเร็งกลับมาโตขึ้นได้อีก

อย่าลืมว่า ใจที่ไม่ยอมแพ้ ต้องมีร่างกายที่แข็งแรงจากอาหาร สู้มะเร็งไปด้วยกัน



คำแนะนำ 3 ข้อด้านอาหาร สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง !!



1. ต้องรักษาน้ำหนักตัว ให้ลดลงน้อยที่สุด และ กินโปรตีนให้เพียงพอ


ผู้เป็นมะเร็ง จะเผาผลาญพลังงานสูงกว่าคนปกติ ทำให้ต้องการพลังงานและโปรตีนสูงมาก ส่งผลให้น้ำหนักลด ภูมิคุ้มกันลดต่ำ

ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย คือ เม็ดเลือดขาวต่างๆ นั้น สร้างจากโปรตีนและอาหารที่เรากินเข้าไป ดังนั้นโปรตีนจึงสำคัญมาก หากกินโปรตีนต่อวันไม่พอ ผู้เป็นมะเร็งก็จะร่างกายทรุดลง ภูมิคุ้มกันตก ผลเลือดออกมาไม่ดี โอกาสติดเชื้อจะสูงขึ้น แผลหายช้า บางรายต้องหยุดการรักษาเพราะสุขภาพทรุด ซึ่งแพทย์จะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ เพราะถ้าหยุดการรักษา เซลล์มะเร็งมีโอกาสโตขึ้นมาได้

คำแนะนำจากสมาคมสารอาหารทางการแพทย์แห่งยุโรป หรือที่เรียกว่า ESPEN (European Society for clinical nutrition and metabolism) เน้นให้กินอาหารโปรตีนตีนสูง ระหว่างการรักษามะเร็ง


ควรกินโปรตีนสูงเท่าไหร่




คนเป็นมะเร็งต้องกินโปรตีนมากกว่าคนทั่วไปคือ 1-1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น ถ้าน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม คูณ 1-1.5 ก็ประมาณ 50-75 กรัมต่อวัน

ในเนื้อสัตว์ทั่วๆไป 1 ขีดหรือ 100 กรัม ให้โปรตีนประมาณ 20-30 กรัม ดังนั้นหากต้องกินโปรตีน 60 กรัม ต้องกินเนื้อสัตว์ประมาณ 2-3 ขีดต่อวัน ซึ่งในผู้ที่เป็นมะเร็ง มักจะกินไม่ลง และการกินเนื้อแดง บางท่านก็จะหลีกเลี่ยง ทำให้หลายท่านกินโปรตีนไม่พอ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพระหว่างการรักษา



ความเชื่อ ลดโปรตีน


บางคนเข้าใจว่า ลดโปรตีน เพื่อให้เซลล์มะเร็งขาดอาหาร แต่จริงๆแล้ว แม้ลดโปรตีน เซลล์มะเร็งก็ไปดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาแทนอยู่ดี ทำให้กล้ามเนื้อสลาย ไม่มีแรง ร่างกายอ่อนแอลง รักษาต่อไม่ไหว แต่เซลล์มะเร็งก็โตได้เหมือนเดิม


2.เสริม“สารอาหาร-ภูมิคุ้มกัน” 3 ชนิดพร้อมๆ กัน


สารอาหาร-ภูมิคุ้มกัน หรือ immunonutrition (immune คือภูมิคุ้มกัน Nutrition คือสารอาหาร) คือ “สารอาหาร” ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ดีขึ้น

คำแนะนำของจากสมาคมสารอาหารทางการแพทย์แห่งยุโรป ESPEN มีการแนะนำให้กิน “สารอาหาร-ภูมิคุ้มกัน” 3 ชนิดคือ อาร์จีนีน โอเมก้า 3 และ ไรโบนิวคลีโอไทด์ พร้อมกันทั้ง 3 ชนิด

สำหรับคนที่ผ่าตัด จะช่วยให้
1. ลดโอกาสการติดเชื้อ ลดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด
2. ช่วยให้แผลสมานเร็วขึ้น ออกจากโรงพยาบาลเร็วขึ้น
3. ซึ่งการฟื้นตัวเร็วนี้ จะช่วยให้พร้อมรับการรักษาขั้นถัดไป เช่นต้องทำเคมีบำบัด หรือ ฉายแสง ได้ต่อเนื่องเร็วขึ้น ดีกับการรักษา

สำหรับคนที่ทำเคมีบำบัดหรือฉายแสง ก็มีงานวิจัยว่าจะช่วยให้
1. ได้รับโปรตีนสูงเพียงพอ
2. เพิ่มเซลล์เม็ดเลือดขาว เพื่อให้สามารถรับการรักษา cycle รอบถัดไปได้
3. ช่วยลดอาการอักเสบในช่องปาก ช่วยให้ไม่ทรมานระหว่างกินอาหาร ซึ่งสำคัญมาก เพราะหากเจ็บปากจะทำให้กินได้น้อยลง ร่างกายจะยิ่งทรุดผอมลง



สารอาหาร-ภูมิคุ้มกัน 3 ชนิดตามคำแนะนำของสมาคมอาหารทางการแพทย์ของยุโรป (ESPEN)

คือกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ซึ่งร่างกายจำเป็นต้องใช้ยามเจ็บป่วย ช่วยเสริมสร้างการทำงานและเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดขาว (lymphocyte) และช่วยสมานแผลผ่าตัดเร็วขึ้น

ระหว่างการรักษา ไม่ว่าจะทำคีโม ฉายแสง หรือผ่าตัด ร่างกายผู้ป่วยจะเกิดการอักเสบระดับเซลล์ โอเมก้า 3 จะช่วยลดการผลิตสารกระตุ้นการอักเสบ (pro-inflammatory cytokine) ช่วยควบคุมการอักเสบในร่างกาย

คือ ส่วนประกอบของสารพันธุกรรม (DNA/RNA) ช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์ลำไส้และเซลล์เม็ดเลือดขาว จึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย


3. รู้จัก “อาหารทางการแพทย์” และดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ


การจะได้สารอาหารทั้ง 3 ชนิด และกินโปรตีนให้เพียงพอตามงานวิจัย ไม่ใช่เรื่องง่าย เช่นจะได้โอเมก้า 3 มากพออาจต้องกินปลาเยอะมาก หรือหากต้องการอาร์จีนีน ที่อยู่ในเนื้อสัตว์ อาจจะต้องกินเนื้อสัตว์เยอะมาก และเนื้อแดงหลายคนก็ไม่อยากกินเมื่อเป็นมะเร็ง

ผู้เชี่ยวชาญจากเนสท์เล่ จึงพัฒนา “อาหารทางการแพทย์” สำหรับผู้ที่เป็นมะเร็ง เป็นผง ชงดื่มง่าย มีโปรตีนสูง มีสารอาหารภูมิคุ้มกัน 3 ชนิด ผลิตในประเทศเยอรมนี มั่นใจในคุณภาพจากเนสท์เล่ ตามงานวิจัยใน 1 แก้ว ดื่มวันละ 3 แก้วก่อนและหลังการรักษา ได้รับการยอมรับและใช้จริงจากแพทย์ชั้นนำทั่วโลก ทั้งในอเมริกา ยุโรป ปัจจุบันมีขายในศูนย์มะเร็งทั่วประเทศไทย



ควรเริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ


หากรอให้น้ำหนักลดก่อน หรือรอให้กินอาหารปกติไม่ได้ก่อนแล้วค่อยเริ่มกินอาหารกลุ่มนี้ จะฟื้นตัวกลับมายากกว่าดูแลตั้งแต่ยังสุขภาพไม่ทรุด จึงควรเริ่มกินตั้งแต่ก่อนรักษา หรือเริ่มตั้งแต่ รอบการนัดของแพทย์รอบแรก เพื่อดูแลสุขภาพให้พร้อมตลอดการรักษา




วิธีกินหากต้องเข้ารับการผ่าตัด


คำแนะนำจาก ESPEN (คำแนะนำด้านอาหารจากจากสมาคมสารอาหารทางการแพทย์แห่งยุโรป ) แนะนำให้แพทย์ในประเทศต่างๆ เสริมอาหารสูตร “สารอาหาร-ภูมิคุ้มกัน” 5 วัน ก่อนและ 5 วันหลังการผ่าตัด




ซึ่งจากผลงานวิจัยจะทำให้
1. ลดโอกาสการติดเชื้อ ลดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด
2. ช่วยให้แผลสมานเร็วขึ้น ออกจากโรงพยาบาลเร็วขึ้น
3. ช่วยให้พร้อมรับการรักษาขั้นถัดไป เช่นต้องทำเคมีบำบัด หรือ ฉายแสง ได้ต่อเนื่องเร็วขึ้น

หลังจาก 5 วัน แนะนำให้กินอาหารสูตรครบถ้วนสูตรปกติ



วิธีกินหากต้องทำเคมีบำบัด


แนะนำกิน 5 วันก่อนและหลังการรักษาทุกรอบที่คุณหมอนัด




ซึ่งจากผลงานวิจัยจะทำให้
1. ได้รับพลังงานสูง โปรตีนสูง ชะลอการลดของน้ำหนักตัว รักษาระดับโปรตีนในเลือด และช่วยภาวะสุขภาพโดยรวม
2. ได้รับสารอาหารในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว เพราะหากเซลล์เม็ดเลือดขาวลดต่ำ ไม่ผ่านเกณฑ์ อาจจะต้องเลื่อนการรักษา ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการรักษา เพราะทำให้เซลล์มะเร็งมีโอกาสโตขึ้นได้
3. ลดการอักเสบในช่องปาก (mucositis)

ช่วงวันระหว่างการรักษาที่ไม่ใช่ 5 วันก่อนและหลังวันทำเคมีบำบัด ซึ่งเป็นระยะฟื้นฟูร่างกาย แนะนำให้กินอาหารสูตรครบถ้วนสูตรปกติต่อเนื่อง



วิธีกินหากคุณต้องฉายแสง


แนะนำกิน 3 ซองต่อวัน 5 วันก่อนการฉายแสง และกิน 3 ซองต่อวัน ทุกวันจนจบการฉายแสง




จะช่วยให้
1. ช่วยรักษาระดับโปรตีนในเลือด ช่วยให้รับการรักษาด้วยการฉายแสงร่วมกับเคมีบำบัดได้ครบ ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนชนิดฉับพลัน ระหว่างการรักษา
2. ช่วยเพิ่มพลังงานและสารอาหารช่วยให้ทนต่อผลข้างเคียงได้จนสิ้นสุดการรักษาและเพิ่มคุณภาพชีวิตในขณะรับการรักษา
3. ลดการอักเสบในช่องปาก (mucositis)

และหลังจากทำการฉายแสงจบ ซึ่งเป็นระยะฟื้นฟูร่างกาย แนะนำให้กินอาหารสูตรครบถ้วนสูตรปกติต่อเนื่อง


มีขายแล้ว ที่ร้านยาเพียว ในบิ๊กซี ทุกสาขา และที่ร้าน บูทส์ บางสาขา



หมายเหตุ: อาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการรักษาโรค ไม่มีผลในการกำจัดเซลล์มะเร็ง
แต่อาหารจะช่วยดูแลสุขภาพ และคุณภาพชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง ในระหว่างที่เข้ารับการรักษา
ดังนั้นจึงควรรับการรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง


วิธีการสั่งซื้อ