6 เหลี่ยมสุขภาพ เคล็ดลับดูแลผู้สูงวัย

6 เหลี่ยมสุขภาพ เคล็ดลับดูแลผู้สูงวัย


“หากถามถึงช่วงเวลาดีๆ กับคุณพ่อคุณแม่ แต่ละคนก็คงมีช่วงเวลาแห่งความสุขที่แตกต่างกันไป บางคนความสุขคือการได้กินข้าวฝีมือคุณแม่ บางคนก็เป็นช่วงเวลาที่นั่งดูทีวีด้วยกัน ไม่ว่าเวลาไหนก็เป็นเวลาที่มีค่าเพราะเราได้ใช้เวลาร่วมกัน”


และเป็นธรรมดาที่เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายย่อมเสื่อมถอยลง แต่เราก็สามารถยืดช่วงเวลาดีๆ เหล่านั้นให้ยาวนานขึ้นได้ ด้วยการดูแลให้ท่าน แข็งแรงสมวัย “ไม่ใช่โทรมกว่าวัย” ซึ่งร่างกายจะแข็งแรงได้ควรดูแลตั้งแต่เนิ่นๆ อย่าปล่อยปละละเลยจนมาเสียดายภายหลัง ซึ่งวิธีที่ดีในการมีสุขภาพที่แข็งแรงคือการกินอาหารให้ครบทั้ง “6 เหลี่ยมสุขภาพ”

6 เหลี่ยมสุขภาพ คืออะไร?


จากเดิมที่คนส่วนใหญ่จะกินวิตามินเป็นอย่างๆ ไป เช่น เสริมวิตามินบี, เสริมแคลเซียม, กินโอเมก้า 3, กินสารสกัดจากพืช แต่ด้วยงาน วิจัยใหม่ๆ ที่เข้าใจการทำงานของร่างกายมากขึ้น ได้แนะนำว่า หากร่างกายได้รับสารอาหารหลัก เช่น โปรตีนและพลังงานต่อวัน ยังไม่ “ครบถ้วน” ตามที่ร่างกายต้องการ แม้จะกินอาหารเสริมวิตามินมากเพียงใด ร่างกายก็อาจจะทรุดโทรมลงเรื่อยๆ ได้อยู่ดี


จึงเกิดแนวคิดที่จะดูแลให้ครบทุกด้าน เรียกว่า “6 เหลี่ยมสุขภาพ” เป็นแนวคิดที่ดูแลทั้งสารอาหารหลัก เช่น โปรตีนที่ดี พลังงานที่เพียงพอ ไขมันชนิดดี และวิตามิน แร่ธาตุ ที่เหมาะสมต่อวัน เรียกว่า ครบทั้ง 6 ด้านสำคัญในผู้สูงวัย



6 เหลี่ยมสุขภาพ เคล็ดลับดูแลผู้สูงวัย



6 เหลี่ยมสุขภาพ เป็นแนวคิดสาหรับการ “ป้องกัน” ตั้งแต่เนิ่นๆ


พออายุเพิ่มขึ้นการเจริญอาหารก็เริ่มลดลง สารอาหารที่ได้รับน้อยอยู่แล้วก็ยิ่งน้อยเข้าไปอีก จึงควรดูแลอาหารเป็นพิเศษ เพื่อให้ครบทั้ง “6 เหลี่ยมสุขภาพ” ซึ่งเป็นการเลือกให้ท่านกินอาหารที่ถูกต้อง และได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน


icon      
1. พลังงานกับกล้ามเนื้อ
 


- กินให้ได้รับพลังงานและโปรตีนต่อวันให้เพียงพอ

- ควรกินโปรตีนสาหรับผู้สูงวัย ที่ย่อยง่าย ดูดซึมง่าย ร่างกายนำไปใช้ได้ดี และ สร้างกล้ามเนื้อได้ดี


ผลเสีย หากกินพลังงานและโปรตีนไม่เพียงพอ อาจทำให้อ่อนเพลียง่าย ไม่มีแรง กล้ามเนื้อไม่มีแรง กล้ามเนื้อแขนขาน้อยลง
ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดว่า เป็นเพราะสูงวัย แต่หลายคร้ังที่เกิดจากการกินอาหาร ไม่เพียงพอซึ่งหากปล่อยไว้นานๆ อาจส่งผลต่อ ภูมิคุ้มกันลดลงแผลหายช้าได้    



icon      
2. กระดูกและการเคลื่อนไหว
 


- อายุมากขึ้นทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง จึงต้องกินวิตามินดีเสริมด้วย เพราะวิตามินดีจะช่วยดูดซึมแคลเซียมไว้นั่นเอง

- วิตามินซี เป็นอีกหนึ่งสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญที่ช่วย ไม่ให้เกิดการทำลายคอลลาเจนซึ่งเป็นสารสำคัญ ในไขข้อ

- ควรออกกำลังกายตั้งแต่อายุ 60 ต้นๆ เพื่อให้กระดูกและ กล้ามเนื้อแข็งแรง เพราะการดูแลกระดูกที่ไม่ดี อาจทำให้ ปวดเข่า ปวดเมื่อย เดินช้าลง และต้องนั่งรถเข็น ก่อนวัยอันควรได



icon      
3. สมดุลระบบขับถ่าย
 

ทราบหรือไม่ว่า “ระบบย่อยและขับถ่าย” เป็นระบบที่ สำคัญมาก เพราะเซลล์ลำไส้เป็นทั้งที่ดูดซึมอาหาร และที่ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นไม่ว่าจะ ท้องเสียหรือท้องผูก ก็เป็นสัญญาณว่าร่างกายมีอะไร ผิดปกติไปทั้งนั้น จึงควรดูแลให้ถูกวิธี ได้แก่



- กินใยอาหารสูง เพราะจะช่วยทั้งการขับถ่าย ช่วยดูดซับไขมันหรือน้ำตาลส่วนเกินได้

- กินอาหารที่มีจุลินทรีย์ชนิดดีจะช่วยปรับสมดุลยับยั้ง จุลินทรีย์ชนิดไม่ดีไม่ให้เติบโตเพราะลำไส้ที่อ่อนแอ อาจทำให้ท้องเสียท้องผูก การย่อยการดูดซึมไม่ดี และเชื้อโรคเข้าร่างกายได้ง่ายขึ้น ก่อนวัยอันควรได



icon      
4. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
 

ร่างกายผู้สูงวัยจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันที่ช้าและน้อยกว่าวัยกลางคน แม้จะมีการฉีดวัคซีนประจำปี แต่ร่างกายอาจตอบสนองได้ไม่เหมือนวัยหนุ่มๆ สาวๆ แต่อาหารบางอย่าง ช่วยเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันได้ เช่น



- วิตามินอีสูง มีงานวิจัยพบว่า อาหารที่มีวิตามินอีสูง สามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ดีกว่าเดิม หลายเท่า

- จุลินทรีย์ชนิดดี การกินอาหารที่มีจุลินทรีย์ชนิดดี จะช่วยปรับสมดุลลำไส้ และป้องกันไม่ให้จุลินทรีย์ ที่ก่อให้เกิดโรคเติบโต



icon      
5. ไขมันชนิดดี
 

- ไขมันประกอบไปด้วยไขมันชนิดดีและไม่ดี ซึ่งไขมันชนิดดีจะมี HDLช่วยลดการอุดตันของเส้นเลือด นอกจากนี้ยังมีไขมันโอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบ และไขมัน DHA ซึ่งเป็น ส่วนประกอบสำคัญของระบบประสาทและสมอง


- การลดไขมันที่ไม่ดี หรือ ไขมันที่ก่อให้เกิด การอุดตันของเส้นเลือดทำได้โดยการกินไขมัน ที่มี MUFA สูง (ไขมันไม่อิ่มตัวหนึ่งตำแหน่ง) ซึ่งพบมากในน้ำมันพืชนั่นเอง



icon      
6. ระบบประสาทและสมอง
 

เมื่อสูงวัย การทำงานของระบบประสาทและสมอง ย่อมเสื่อมลงตามธรรมชาติ การดูแลให้ได้สารอาหารที่สำคัญ จึงเป็นเคล็ดลับหนึ่ง

“โคลีนและวิตามินบี 12” เป็นวิตามินที่มีผลงานวิจัยรองรับว่ามีความสำคัญกับ ระบบส่งสัญญาณในเซลล์ประสาท จึงควรดูแลให้ได้รับอย่างเพียงพอ




6 เหลี่ยมสุขภาพ อาหารสูตรสำหรับผู้สูงอายุ


วิธีที่ดีที่สุดคือการกินอาหารปกติให้ได้ครบทั้ง “6 เหลี่ยมสุขภาพ” แต่ในสังคมสมัยใหม่ การกินให้หลากหลายและเพียงพอ อาจไม่ง่าย นัก เพราะแม้แต่มื้อที่คุณมั่นใจแล้วว่าเตรียมอาหารคุณภาพดีเอาไว้ แต่ก็อาจกินได้น้อย กินไม่ลงจนได้รับสารอาหารที่ไม่ครบถ้วนอยู่ดี


จึงได้มีการคิดค้นอาหารเสริมสูตรครบถ้วนที่พัฒนาสำหรับผู้สูงวัยโดยเฉพาะ เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบ 6 เหลี่ยมสุขภาพใน 1 แก้ว ซึ่งนี่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในยุโรปและอเมริกา สามารถดื่มเป็นประจำทุกวัน วันละ 1-2 แก้ว การดูแลนี้ สามารถเริ่ม ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ บางท่านเริ่มตั้งแต่อายุ 40 หรือ 50 ปี เพราะเข้าใจดีว่า การป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆย่อมดีกว่ามาใส่ใจแก้ปัญหาสุขภาพภายหลัง



6 เหลี่ยมสุขภาพ อาหารสูตรสำหรับผู้สูงอายุ ที่ดูแลแบบสูตรครบถ้วน ให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข




อะไรคือ อาหารสูตรครบถ้วน สำหรับผู้สูงวัย



อาหารสูตรครบถ้วน ไม่ใช่นมหรืออาหารเสริมทั่วไป แต่คือการนำเอาสารอาหารครบ 5 หมู่ โปรตีน-คาร์โบไฮเดรต-ไขมันชนิดดี-วิตามิน-แร่ธาตุ และกรดอะมิโนกว่า 30 ชนิด มารวมกันในรูปแบบผงเพื่อชงดื่มง่ายๆ ย่อยง่าย ดูดซึมง่าย และมีสัดส่วนสารอาหารตามหลักโภชนาการสำหรับผู้สูงวัย ดูแลทั้งอาหารหลัก และ วิตามิน, เกลือแร่ ครบ 6 เหลี่ยมสุขภาพ ในแก้วเดียว



1 แก้ว ให้พลังงาน 250 กิโลแคลลอรี่ หรือ เทียบเท่ากับอาหารประมาณครึ่งมื้อ สามารถดื่มเสริมมื้อปกติ วันละ 1-2 แก้ว หรือ ดื่มทดแทนอาหารที่กินน้อยลงได้ (มื้อไหนกินน้อย ก็ดื่มเสริม 1 แก้ว แทนครึ่งมื้อที่ขาดไปได้) อาหารสูตรครบถ้วน ที่มีเวย์โปรตีน โปรตีนคุณภาพดีและพลังงานที่เพียงพอ ถือว่าเป็นอีกตัวเลือกที่ดี เพราะต่างจากอาหารเสริมที่มีโปรตีนน้อย กลุ่ม รังนก หรือ ซุปไก่



ดื่มง่ายๆใน 1 แก้ว ด้วยอาหารสูตรครบถ้วนโดย Nestle Health Science



ที่เนสท์เล่ เรามีศูนย์วิจัยทางโภชนาการ พัฒนาสินค้าที่ตรงตามหลักโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ดูแลครบทั้ง 6 เหลี่ยมสุขภาพใน 1 แก้ว ซึ่งเป็นอาหารครบ 5 หมู่ ในรูปแบบผง ชงง่าย ย่อยง่าย ดูดซึมง่าย รสชาติอร่อย เป็นสูตรเฉพาะที่คัดสรรวัตถุดิบที่ดีให้กับผู้บริโภค ตั้งแต่การเลือกใช้เวย์โปรตีน ที่เป็นโปรตีนคุณภาพสูง, เลือกใช้ไขมันชนิดดี, เพิ่มจุลินทรีย์สุขภาพ, มีวิตามินและเกลือแร่ที่สำคัญ เช่น มีวิตามินอีสูง มีแคลเซียมและวิตามินดีสูง มีโคลีนและวิตามินบี 12

สามารถดื่มเสริมวันละ 1-2 แก้วได้ทุกวันอย่างปลอดภัย เหมือนกินเครื่องดื่มทั่วๆไป ได้รับการยอมรับและใช้จริงจากแพทย์และนักโภชนาการในโรงพยาบาลชั้นนำทั้ง ในและต่างประเทศ ผลิตจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ให้คุณมั่นใจได้ด้วยสินค้าคุณภาพจากเนสท์เล่



เพราะสุขที่แท้ คือสุขภาพที่ดี

ดูแลสุขภาพแบบถูกหลักโภชนาการตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้มีช่วงแห่งความสุขกับคนในครอบครัวไปอีกนานๆ






นอกจากสูตรปกติแล้ว
เนสท์เล่ เรามีสูตรสำหรับผู้ที่น้ำตาลในเลือดสูง ต้องคุมน้ำตาล >>คลิกที่นี่<<

สูตรสำหรับผู้ที่มีสุขภาพทั่วไป อ่านต่อด้านล่าง

 




วิธีการสั่งซื้อ



สนใจข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมคลิกที่นี่ > อาหารสูตรครบถ้วนเมื่อสูงวัย ที่ทำจากเวย์โปรตีน <

12 คำถามที่พบบ่อย สำหรับอาหารสูตรครบถ้วน


อ่านคำตอบข้อที่สนใจ ด้านล่างเลยนะคะ

1. อาหารสูตรครบถ้วน คืออะไร?

2. ต่างจากอาหารเสริมอื่นอย่างไร?

3. อายุเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม?

4. กินวันละกี่แก้ว? วิธีกินที่แนะนำ?

5. กินแล้วน้ำหนักจะเพิ่มรึเปล่า จะอ้วนรึเปล่า หรือจะคุมน้ำหนักได้รึเปล่า?

6. วิธีชงที่ถูกวิธี ?

7. ไม่ชอบกินนม แพ้นม กินได้หรือไม่?

8. รสชาติเป็นอย่างไร มีกี่รส?

9. เป็นโรคเบาหวาน? ไขมันในเลือดสูง?

10. เป็นโรคไต?

11. เป็นโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ?

12. วิธีสั่งซื้อ และ ราคา?



หมายเหตุ: คำแนะนำด้านล่างนี้ เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นของอาหารสูตรครบถ้วน สภาวะสุขภาพของแต่ละท่านไม่เหมือนกัน คำแนะนำทาง internet ใดๆ ไม่ได้มีการตรวจสุขภาพก่อนให้คำแนะนำ จึงอาจไม่ถูกต้องและส่งผลเสียได้หากมีสภาวะสุขภาพไม่เหมาะสมแทรกซ้อนอยู่ และทางเราไม่ใช่บุคคลากรทางการแพทย์ จึงต้องขอโทษด้วยนะคะ หากไม่สามารถแนะนำได้ทั้งหมด รบกวนปรึกษาแพทย์ด้วยนะคะ

คำตอบด้านล่างนี้ เหมาะสมกับคนสุขภาพปกติทั่วไป ที่ไม่ได้มีโรคแทรกซ้อน หรือโรคเรื้อรัง หากมีสภาวะสุขภาพที่ต้องได้รับอาหารเป็นพิเศษ หรือมีโรคใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ใกล้ชิด ก่อนกินอาหารเสริมใดๆ ก็ตาม ( อาหารทางการแพทย์ ใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ )



1. อาหารสูตรครบถ้วน คืออะไร


อาหารสูตรครบถ้วน คือ การนำเอาอาหารครบ 5 หมู่ (โปรตีน-คาร์โบไฮเดรต-ไขมัน-วิตามิน-เกลือแร่) มาเป็นรูปแบบผง ชงกินง่าย ทำให้ได้พลังงานใกล้เคียงกับกินอาหารประมาณครึ่งมื้อ... เป็นอาหาร ไม่ใช่ยานะคะ หากไม่ได้มีโรคใดๆที่ในชีวิตปกติต้องหลีกเลี่ยงอาหารเฉพาะกลุ่ม ก็สามารถกินได้ตั้งแต่อายุ 10 ปีขึ้นไปเลยค่ะ หลายท่าน เริ่มกินตั้งแต่อายุ 40 ปีก็มีค่ะ

อาหารสูตรครบถ้วนแต่ละสูตร จะมีส่วนประกอบสารอาหารที่ต่างกัน เช่น เลือกใช้เวย์โปรตีน เพิ่มวิตามินอี เพิ่มจุลินทรีย์สุขภาพ วิตามินและเกลือแร่กว่า 30 ชนิด จึงทำให้สินค้าอาหารสูตรครบถ้วนนี้ แตกต่างจากสินค้าอื่น เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ช่วยดูแลสุขภาพตามหลักโภชนาการ

อาหารสูตรครบถ้วนที่ใช้เวย์โปรตีนเป็นส่วนประกอบ จะมีข้อดีคือ เวย์โปรตีนเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ดูดซึมง่าย ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ได้ดี เพราะเมื่อสูงวัยการย่อยการดูดซึมอาจจะไม่เหมือนเดิม

อาหารสูตรครบถ้วน เป็นอาหาร ไม่ใช่ยา จึงไม่มีผลในการรักษาโรคนะคะ แต่เป็นการดูแลให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เป็นไปตามหลักโภชนาการค่ะ



2. ต่างจากอาหารเสริมอื่นอย่างไร


อาหารเสริมทั่วไป อาจจะเน้นสารอาหารบางอย่างเฉพาะทาง เช่น วิตามินบางตัว สารสกัดบางอย่าง แต่อาหารสูตรครบถ้วน จะเน้นให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอตามหลักโภชนาการ ด้วยแนวคิดที่ว่า หากร่างกายได้รับโปรตีนและพลังงานไม่เพียงพอ ต่อให้กินอาหารเสริมมากแค่ไหน ก็อาจจะไม่ดีเท่ากับการได้รับอาหารที่ครบถ้วนทั้งโปรตีนและพลังงาน บวกกับวิตามินและเกลือแร่ที่เพียงพอไปพร้อมๆกัน

อาหารสูตรครบถ้วน จึงดูแลสุขภาพต่างจากอาหารเสริมกลุ่มที่มีโปรตีนและพลังงานต่ำ เช่น วิตามิน ซุปไก่ รังนก สารสกัดสมุนไพร



3. อายุเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม


หากไม่ได้มีโรคใดๆที่ในชีวิตปกติต้องหลีกเลี่ยงอาหารเฉพาะกลุ่ม ก็สามารถกินได้ตั้งแต่อายุ 10 ปีขึ้นไปเลยค่ะ (อายุ 3-10 ปี มีสูตรสำหรับเด็กโดยเฉพาะ) บางท่านเริ่มกินตั้งแต่อายุ 40 ปี บางท่านอายุ 60 - 90 ก็มีค่ะ

คนทั่วไปกินได้หรือไม่? หรือสำหรับผู้ป่วย?


เนื่องจากเป็น “อาหาร” ที่มีพลังงานใน 1 แก้วใกล้เคียงกับอาหารประมาณครึ่งมื้อ คนทั่วไปที่ชีวิตประจำวัน กินซ้ำๆ กินไม่ครบ 5 หมู่ จึงกินได้ เพราะมีสารอาหารที่ครบถ้วน ในต่างประเทศที่ยุโรปและอเมริกากำลังเป็นที่นิยม ที่คนปกติที่ไม่เจ็บป่วย แต่ได้รับสารอาหารไม่หลากหลาย ไม่ครบถ้วน กินเพื่อดูแลสุขภาพเมื่อสูงวัยตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป และป้องกันก่อนที่จะปล่อยให้ร่างกายขาดสารอาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

เพราะหากกินอาหารซ้ำๆ หรือกินน้อยลงเรื่อยๆ สะสมเป็นเวลานาน อาจจะทำให้ร่างกายทรุดโทรมและสายก่อนแก้ก็เป็นได้ การป้องกันแต่เนิ่นๆ จึงเป็นวิธีที่ดีกว่า แต่หากกินอาหารปกติได้น้อยมาก ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อคำนวณปริมาณที่ควรกินต่อวัน

และด้วยความที่เป็นอาหารสูตรครบถ้วนนี่เอง แพทย์จึงนำไปใช้ในโรงพยาบาลให้กับผู้ป่วยที่กินข้าวไม่ได้ หรือพักฟื้นอยู่ ได้กินแทนข้าว บางท่านที่ต้องให้อาหารทางสายยาง กินข้าวปกติไม่ได้ สามารถกินวันละ 6-8 แก้วแทนข้าวทั้ง 3 มื้อได้นานหลายปี ภายใต้คำแนะนำของแพทย์


หมายเหตุ: สูตรสำหรับเด็ก ต่ำกว่า 10 ปี กดอ่านได้ที่นี่



4. กินวันละกี่แก้ว? วิธีกินที่แนะนำ?


สภาวะสุขภาพของแต่ละท่านไม่เหมือนกัน จะไม่ได้กินตามอายุนะคะ แต่กินตามความต้องการพลังงานแต่ละท่าน

ใน 1 แก้วให้พลังงานประมาณ 250 กิโลแคลอรี หรือเท่ากับข้าวประมาณครึ่งมื้อ

ถ้ากินข้าวได้ปกติ และไม่ผอมมากก็เสริมวันละ 1แก้วค่ะ

แต่ถ้าผอมมาก น้ำหนักลด หรือกินข้าวน้อยมื้อไหน เช่น ข้าวเช้ากินไม่ลง หรือข้าวเย็นกินนิดเดียว ...แนะนำเสริม 2 แก้วให้ได้เท่ากับ 1 มื้อก็ได้ค่ะ

หมายเหตุ: หากน้ำหนักลดเยอะ ควรปรึกษาแพทย์ กินตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะอาจต้องดูแลมากกว่าเรื่องอาหาร เช่นต้องดูพวกฮอร์โมน ยา หรือโรคแทรกซ้อนอื่นๆ



5. กินแล้วน้ำหนักจะเพิ่มรึเปล่า จะอ้วนรึเปล่า หรือจะคุมน้ำหนักได้รึเปล่า?


จะน้ำหนักขึ้นหรือไม่ ขึ้นกับว่า กินอาหารต่อวันได้รับพลังงานเท่าไหร่ และใช้พลังงานไปเท่าไหร่นะค่ะ

ใน 1 แก้วให้พลังงาน 250 กิโลแคลอรี หรือใกล้เคียงกับอาหารประมาณครึ่งมื้อ จึงสามารถปรับวิธีกินได้ตามต้องการค่ะ

สำหรับคนที่กังวล ไม่อยากให้น้ำหนักขึ้น

หลักการง่าย ๆ คือ กินให้พอดี กับที่ร่างกายต้องใช้พลังงาน

สามารถกินอาหารสูตรครบถ้วนทดแทนมื้ออาหารได้ เช่นกินข้าวครึ่งมื้อ แล้วกิน 1 แก้ว แทนครึ่งมื้อที่หายไป หรือ ลดการกินจุบจิบ ลดขนมระหว่างมื้อ แล้วกิน 1 แก้วเพื่อให้มีสารอาหารที่ดีแทน

สำหรับคนที่มีปัญหาน้ำหนักลดลง และอยากเพิ่มน้ำหนัก

หลักการง่าย ๆ คือ กินให้ได้พลังงานเยอะกว่าที่ร่างกายต้องใช้

นั่นคือให้กินข้าวตามปกติให้เพียงพอ แล้วกินอาหารสูตรครบถ้วนเสริมเข้าไป ก็จะน้ำหนักขึ้นได้ค่ะ

หมายเหตุ: หากน้ำหนักขึ้นหรือลงรวดเร็วผิดปกติ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ด้วยนะคะ เพราะอาจมีโรคอื่นแทรกซ้อน และเมื่อปรึกษาแพทย์แล้วค่อยดูแลด้วยอาหารค่ะ

การจะเปลี่ยนแปลงน้ำหนักไม่ว่าจะอยากให้น้ำหนักขึ้นหรือลง ขึ้นกับกิจกรรมในแต่ละวัน และขึ้นกับพลังงานที่ได้รับจากการกินอาหารปกติและการกินเสริมเข้าไปว่ามากน้อยแค่ไหนนะคะ



6. วิธีชงที่ถูกวิธี


1. เตรียมน้ำ 190 มล. หรือน้ำประมาณ ครึ่งแก้ว (เทน้ำก่อน เติมผงทีหลัง จะละลายได้ง่ายกว่า)

หมายเหตุ: ใช้น้ำอุณหภูมิห้อง หรือน้ำเย็น ไม่ใช้น้ำร้อนเกิน 45องศา เพื่อไม่ให้วิตามินสลาย และไม่ให้จุลินทรีย์สุขภาพตายไป เพื่อประโยชน์สูงสุด

2. ตักผงลงไป 7 ช้อนตวง(ช้อนอยู่ในกระป๋อง) แล้วชงให้ละลาย (1 กระป๋อง 800 กรัม ชงได้ประมาณ 14-15 แก้ว)

หมายเหตุ: หากกินน้อยกว่า 7 ช้อน จะได้พลังงานและโปรตีน และสารอาหารน้อยกว่าที่แนะนำ

3. ควรกินทันที หรือเก็บไว้ไม่เกิน 4 ชั่วโมงที่อุณหภูมิห้อง หรือเก็บไว้ได้ 12 ชั่วโมงในตู้เย็น

หมายเหตุ: ควรเก็บไว้ในที่แห้งและเย็น หลังเปิดฝา ควรเก็บไว้ไม่เกิน 4 สัปดาห์



7. ไม่ชอบกินนม แพ้นม กินได้หรือไม่


ต้องทราบก่อนว่า แพ้โปรตีนในนม หรือเกิดจากร่างกายย่อยน้ำตาลที่ชื่อ แลคโตส ในนมไม่ได้นะคะ

(อาการที่ร่างกายย่อย "แลคโตส" ไม่ได้ จะคล้ายๆอาการแพ้ เช่น ท้องอืด ลมเยอะ ท้องเสีย)

สินค้าอาหารสูตรครบถ้วน มีส่วนผสมของโปรตีนจากนม หากท่านไหน แพ้โปรตีนจากนม ไม่สามารถกินได้ค่ะ

แต่หากเป็นเพราะร่างกายไม่ย่อยน้ำตาลแลคโตสในนม สินค้าจะไม่มีแลคโตสค่ะ ก็จะสามารถกินได้ หากไม่ทราบ สามารถปรึกษาแพทย์ได้ก่อนรับประทานนะคะ

หากแค่ไม่ชอบกินนม ต้องทดลองกินดูค่ะ เพราะกลิ่นและรสจะต่างจากนมทั่วไป จึงอาจจะสามารถกินได้



8. รสชาติเป็นอย่างไร มีกี่รส


สินค้าตอนนี้มี 1รสชาติ เป็นกลิ่น วนิลลา ค่ะ หากเคยกินที่มีกลิ่นวนิลลาได้ ก็มักจะไม่มีปัญหาค่ะ

รสจะออกหวานนิดๆ แต่ไม่หวานมาก หากไม่ชอบหวานเลย อยากให้รสจืดลง สามารถนำชงด้วยน้ำเย็น หรือแช่ตู้เย็นให้เย็นก่อนดื่ม หรืออาจเติมน้ำเพิ่มให้เจือจางได้ (ไม่ใช้วิธีลดผงลง เพราะสารอาหารจะลดลง)

หากอยากได้รสชาติใหม่ๆ สามารถเติมผงโกโก้ ไมโล ชาเขียว กาแฟ หรือทำเป็นน้ำปั่น สมู๊ตตี้ ผสมน้ำผลไม้ ได้ตามใจชอบค่ะ



9. เป็นโรคเบาหวาน? ไขมันในเลือดสูง?


ผู้ที่เป็นเบาหวาน


1. หากเป็นเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินอาหารเสริมใดๆก็ตามนะคะ

2. ต้องเลือกอาหารสูตรครบถ้วนที่ออกแบบสำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำตาลโดยเฉพาะค่ะ ควรเป็นสูตรที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ใยอาหารสูง และแนะนำให้เลือกสูตรที่ไม่มีน้ำตาลฟรุกโตส

ซึ่งน้ำตาลฟรุคโตส สามารถเปลี่ยนเป็นไขมันในเลือดได้ มีผลงานวิจัยว่า หากกินฟรุคโตสปริมาณสูง อาจมีความเสี่ยงต่อไขมันในเลือดสูงได้

ผู้ที่เป็นเบาหวานส่วนใหญ่จะต้องระวังระดับคลอเลสเตอรอลในเลือด จึงสอดคล้องกับคำแนะนำของสมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกา (ADA) ในปี ค.ศ 2008 ที่ได้ระบุว่าไม่แนะนำให้ใช้น้ำตาลฟรุกโตสเติมลงในอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน จึงแนะนำให้อ่านฉลาก และมองหาอาหารสูตรสำหรับผู้ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่ไม่มีฟรุกโตส

สนใจอาหารสูตรครบถ้วนที่ออกแบบเฉพาะสำหรับผู้ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ที่ไม่มีน้ำตาลฟรุกโตส คลิ๊กที่นี่

นอกจากนี้เวย์โปรตีน โปรตีนคุณภาพสูง ยังเหมาะกับผู้ที่เป็นเบาหวานเช่นกัน
อ่านเรื่องโปรตีนกับเบาหวานเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่


ผู้ที่เป็นไขมันในเลือดสูง


1. หากเป็นไขมันในเลือดสูง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินอาหารเสริมใดๆก็ตามนะคะ

2. แนะนำเลือกอาหารสูตรครบถ้วนที่ใช้ไขมันชนิดดี ใช้น้ำมันพืช เช่น น้ำมันจากดอกทานตะวัน น้ำมันเรปซีด ที่มี ไขมัน MUFA ช่วยลด LDL (ไขมันชนิดไม่ดีที่ทำให้เส้นเลือดอุดตัน)

สนใจอ่านเรื่อง "ไขมันชนิดดี" คลิ๊กที่นี่

สนใจสินค้าที่ใช้น้ำมันจากดอกทานตะวัน น้ำมันเรปซีด คลิ๊กที่นี่เพื่อดูส่วนประกอบบนฉลาก ด้านล่างสุดของหน้า

อาหารสูตรครบถ้วน มีไขมันในสัดส่วนที่เป็นไปตามหลักโภชนาการ อย่างไรก็ตามก็ยังคงมีไขมันอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หากมีความกังวลเกี่ยวกับไขมันในเลือดสูง



10. เป็นโรคไต


รบกวนปรึกษาหมอก่อนทานอาหารเสริมใดๆนะคะ เพราะสภาวะสุขภาพของแต่ละท่านไม่เหมือนกัน โรคไตมีความหนักเบาต่างกัน

บางระยะของโรคไต ต้องการโปรตีนต่ำ ไม่ให้ไตทำงานหนัก
บางระยะของโรคไต โปรตีนจะถูกขับออกไปมากเกิน จึงต้องการโปรตีนเสริมเข้าไป


การให้คำปรึกษาทาง internet ที่ไม่ได้ผ่านการตรวจร่างกาย ไม่สามารถให้คำแนะนำได้ดีพอค่ะ จึงต้องขออภัย หากไม่สามารถระบุได้ชัดเจนนะคะ ควรปรึกษาแพทย์ค่ะ



11. เป็นโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ


หากมีอาการ รบกวนปรึกษาแพทย์นะคะ เพราะโรคเกี่ยวกับไขข้อ - กล้ามเนื้อ อาจจะต้องดูแลมากกว่าแค่อาหารก็เป็นได้ค่ะ เช่น อาจต้องดูแลเกี่ยวกับระบบเส้นประสาทที่สั่งการกล้ามเนื้ออีกที

และอาหารสูตรครบถ้วน เป็นอาหารครบ 5 หมู่ แต่ไม่ใช่ยา ไม่มีผลทางการรักษานะคะ

แต่หากระหว่างรักษากับแพทย์แล้วต้องการสารอาหารที่ดี มีโปรตีนที่ดี มีสมดุลโภชนาการครบ 5 หมู่ วิตามินแร่ธาตุ สารอาหารกว่า 30 ชนิด ก็สามารถกินระหว่างการรักษาได้ค่ะ



12. วิธีสั่งซื้อ และ ราคา


สามารถกดดูราคาได้เลย ใน link สั่งซื้อ online ได้เลยนะคะ

ข้อมูลอ้างอิง
1. Demling, Robert H. 2009. Nutrition, anabolism, and the wound healing process: an overview. ePlasty 9.
2. Ian Janssen, et al. Skeletal muscle mass and distribution in 468 men and women aged 18–88 yr. Journal of Applied Physiology Jul 2000, 89 (1) 81-88;
3. Chailurkit L, et al. Regional variation and determinants of vitamin D status in sunshine-abundant Thailand. BMC Public Health 2011;11:853.
4. Plummer S, et al. Clostridium difficile pilot study: effects of probiotic supplementation on the incidence of C. difficile diarrhoea. Int Microbiol. 2004; 7: 59-62.
5. Sarker, S., et al. Lactobacillus paracasei strain ST11 has no effect on rotavirus but ameliorates the outcome of nonrotavirus diarrhea in children from Bangladesh. Pediatrics; 2005,116:e221-8.
6. Meydani, S., et al. Vitamin E supplementation and in vivo immune response in healthy elderly subjects. A randomized controlled trial. Journal of the American Medical Association; 1997, 277: 1380-1386.
7. Penny M Kris-Etherton, et al. High–monounsaturated fatty acid diets lower both plasma cholesterol and triacylglycerol concentrations1,2,3
8. Fu AL, et al. Alternative therapy of Alzheimer's disease via supplementation with choline acetyltransferase. Neurosci Lett. 2004 Sep 30;368(3):258-62.
9. http://www.webmd.com/alzheimers/news/20101018/vitamin-b12-linked-to-lower-alzheimers-risk