สู้มะเร็งด้วยอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ กับ Oral Impact


โภชนาการที่ถูกต้องกับการรักษามะเร็ง



ผู้ที่เป็นมะเร็ง หลายท่านจะกังวลกับผลข้างเคียงจากการรักษา จริงๆ แล้วหากได้รับข้อมูลทางโภชนาการที่ถูกต้อง ก็จะสามารถช่วยให้ผลข้างเคียงบรรเทาลงได้ ช่วยให้สุขภาพไม่ทรุดลงไปมากกว่าที่ควร ที่สำคัญบทความนี้เป็นบทความที่ตั้งใจให้ข้อมูลทางโภชนาการที่มีผลงานวิจัยทางการแพทย์ยืนยัน และมีการใช้จริงในโรงพยาบาล เพื่อให้ผู้ที่กำลังรักษาโรคมะเร็งได้มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ดูแลรักษาสุขภาพตัวเองด้วยอาหารที่ถูกต้อง



เพราะใจที่ไม่ยอมแพ้ ต้องมีร่างกายที่พร้อมจะต่อสู้ ควบคู่กันไป



ผลข้างเคียงที่เกิดจากการรักษา


ผลข้างเคียงจากการรักษา ขึ้นอยู่กับสภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล จึงไม่ใช่ทุกอาการที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ขึ้นกับการดูแลตัวเอง ยาที่ใช้ การเข้ากันของยาที่ใช้ การกินอาหารที่ถูกต้องและเพียงพอ



 



จะเห็นได้ว่า ผลข้างเคียงจากการรักษาทั้ง 3 วิธี มีผลกับการกินอาหาร เพราะเมื่ออ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ มีแผลอักเสบในปาก ก็จะกินได้น้อยลง เริ่มน้ำหนักลด สูญเสียกล้ามเนื้อ ภูมิคุ้มกันต่ำ เกร็ดเลือดและเม็ดเลือดขาวต่ำ



ผู้ที่เป็นมะเร็ง ต้องการสารอาหาร โปรตีน สูงกว่าคนปกติ


รู้หรือไม่ว่า เซลล์มะเร็ง จะมีการการหลั่งสารที่ทำให้มีการเผาผลาญสารอาหารในร่างกายเพิ่มขึ้น โปรตีนก็จะถูกดึงจากกล้ามเนื้อออกมาเผาผลาญมากกว่าคนปกติ

ด้วยเหตุนี้เอง ผู้ที่เป็นมะเร็งจึงต้องการสารอาหาร โดยเฉพาะโปรตีนมากกว่าคนทั่วไป เกิดเป็นความเชื่อที่ว่า “เซลล์มะเร็งกินโปรตีน” จึงมีหลายคนงดโปรตีน ซึ่งในทางการแพทย์ จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี เพราะถึงแม้จะไม่กินโปรตีน ร่างกายก็จะไปสลายโปรตีนในกล้ามเนื้อออกมาอยู่ดี ในที่สุดจะยิ่งทำให้ร่างกายทรุดโทรม ขาดสารอาหาร จนไม่อาจทนต่อการรักษาได้ หรือไม่มีโปรตีนเพียงพอจะสร้างเม็ดเลือดขาว ต้องเลื่อนการรักษา (หากเม็ดเลือดขาวต่ำเกิน แพทย์จะเลื่อนการรักษาออกไป และให้ผู้ป่วยกินอาหารให้เยอะขึ้นเพื่อให้เม็ดเลือดขาวเพิ่มสูงขึ้น) ซึ่งหากเลื่อนการรักษา อาจทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตขึ้นระหว่างนั้นได้





มีผลงานวิจัยพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งหลายคน เสียชีวิตเพราะขาดสารอาหารจนร่างกายไม่แข็งแรงพอรักษาต่อดังนี้



สาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็ง
• 50% จากการกินอาหารไม่ได้
• 20% จากการขาดสารอาหารมากกว่าโรคมะเร็ง



กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยมะเร็ง มักมีน้ำหนักตัวลดลง
ส่งผลต่อการรักษา คุณภาพชีวิตและอัตราการรอดชีวิต



ออรัล อิมแพค อาหารสูตรครบถ้วน พลังงานสูง โปรตีนสูง พร้อมสารอาหารเพิ่มภูมิคุ้มกัน 4 ชนิดใน 1 แก้ว


ที่เนสท์เล่ เราพัฒนา “อาหารทางการแพทย์” สูตรครบถ้วน สูตรเดียวจากเนสท์เล่ที่มีสารอาหารครบ 4 ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แก้ว คือมี เวย์โปรตีน 100% (แหล่งของกลูตามีนโดยธรรมชาติ) , มี แอล-อาร์จีนีน, ไรโบนิวคลีโอไทด์, โอเมก้า 3 และยังเสริมด้วยวิตามินและเกลือแร่ที่สำคัญรวม 28 ชนิด อยู่ในรูปแบบผง ชงดื่มง่าย ดื่มวันละ 3 แก้วจะได้ปริมาณ “สารอาหาร-ภูมิคุ้มกัน” ตามที่ควรได้รับในผลงานวิจัย ผลิตจากประเทศเยอรมัน ให้คุณมั่นใจได้ด้วยสินค้าคุณภาพจากเนสท์เล่

เมื่อกินอาหารสูตรนี้วันละ 3 แก้ว จะได้โปรตีน 50.4 กรัม หรือเทียบเท่ากับโปรตีนจากไข่ขาวประมาณ 14 ฟอง









สารอาหารใน ออรัล อิมแพค สำคัญอย่างไรกับผู้เป็นมะเร็ง



ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เป็นแนวคิดที่แพทย์พยายามใช้ภูมิคุ้มกันในร่างกาย ต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหน้าที่หลักของภูมิคุ้มกันคือจัดการกับ “เชื้อโรค” หรือสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย แต่เซลล์มะเร็งเกิดจากเซลล์ของร่างกาย ซึ่งบางครั้งภูมิคุ้มกันก็ไม่ได้มองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมอะไร จึงปล่อยเอาไว้

อาหารอาจจะไม่ใช่ยาก็จริง และไม่ใช่หนึ่งใน “ภูมิคุ้มกันบำบัด” ที่รักษามะเร็งได้ แต่อาหาร เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เป็นวัตถุดิบที่สำคัญที่ร่างกายนำไปใช้สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว (ที่เป็นเซลล์ภูมิคุ้มกัน)

อาหารที่มีผลต่อภูมิคุ้มกัน เรียกกันว่า อิมมูโนนิวทริชั่น (Immunonutrition) หรือ สารอาหาร-ภูมิคุ้มกัน



สารอาหาร-ภูมิคุ้มกัน 4 อย่าง ในวงการแพทย์


ASPEN และ ESPEN คือสมาคมของอเมริกา และ ยุโรป* ที่ประกาศแนวทางการดูแลด้วยอาหารใหม่ๆให้กับแพทย์ทั่วโลก (Nutrition Guideline) เป็นแนวทางที่ใช้รักษาจริงในโรงพยาบาล

แม้ยังต้องวิจัยเพิ่มเติม แต่ได้กล่าวถึง สารอาหาร-ภูมิคุ้มกัน 4 ชนิด


    1. อาร์จีนีน (Arginine)
    คือกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ซึ่งร่างกายจำเป็นต้องใช้ยามเจ็บป่วย ช่วยเพิ่มจำนวนและเสริมสร้างการทำงานของเม็ดเลือดขาว (lymphocyte) และช่วยสมานแผลผ่าตัดเร็วขึ้น

    2. โอเมก้า 3
    ระหว่างการรักษา ไม่ว่าจะทำคีโม ฉายแสง หรือผ่าตัด ร่างกายผู้ป่วยจะเกิดการอักเสบระดับเซลล์ โอเมก้า 3 จะช่วยลดการผลิตสารกระตุ้นการอักเสบ (pro-inflammatory cytokine) ช่วยควบคุมการอักเสบในร่างกาย

    3. ไรโบนิวคลีโอไทด์
    คือ ส่วนประกอบของสารพันธุกรรม (DNA/RNA) ช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์ลำไส้และเซลล์เม็ดเลือดขาว จึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย

    4. กลูตามีน
    คือกรดอะมิโนอีกชนิด ที่คล้ายกับอาร์จีนีนคือร่างกายจำเป็นต้องใช้ระหว่างที่ร่างกายเจ็บป่วย เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของเซลล์ลำไส้ เมื่อเซลล์ลำไส้แข็งแรง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ดีขึ้น


*The American Society of Parenteral and Enteral Nutrition (ASPEN)
European Society of Parenteral and Enteral Nutrition (ESPEN)




อาหารสูตรครบถ้วน ที่มีสารอาหาร-ภูมิคุ้มกัน 4 อย่าง ส่งผลอย่างไร



งานวิจัยการรักษาด้วยเคมีบำบัด :


• ช่วยให้ได้รับโปรตีนสูง เพียงพอต่อความต้องการ เพราะคนที่เป็นมะเร็ง ร่างกายเผาผลาญโปรตีนสูงกว่าคนปกติ จึงควรรับอาหารเสริมเพิ่มเติมให้พอเพียงต่อวัน


• มีส่วนช่วยเพิ่มเซลล์เม็ดเลือดขาว เพื่อให้สามารถรับการรักษา cycle รอบถัดไปได้ (ถ้าเม็ดเลือดขาวต่ำ แพทย์จะเลื่อนการรักษา) ผู้ป่วยไม่ต้องทนทุกข์ใจ หรือต้องรอเวลา เพราะหากต้องเลื่อนการรักษา ก็อาจจะมีความเสี่ยงที่เซลล์มะเร็งจะพัฒนาในช่วงที่ถูกเลื่อนไป


• มีส่วนช่วยลดอาการอักเสบในช่องปาก ช่วยให้ไม่ทรมานระหว่างกินอาหาร ซึ่งสำคัญมาก เพราะหากเจ็บปากจะทำให้กินได้น้อยลง ร่างกายจะยิ่งทรุดผอมลง



งานวิจัยการรักษาด้วยวิธีผ่าตัด:


• ช่วยเพิ่มโปรตีนสูง เพื่อให้แผลหายเร็ว ฟื้นตัวเร็ว


• ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดโอกาสการติดเชื้อ


• ช่วยลดจำนวนวันพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ประหยัดค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาล


*จากผลงานวิจัย ได้ผลลัพธ์อย่างมีนัยยะสำคัญ แต่ทั้งนี้ขึ้นกับแต่ละบุคคล การตอบสนองต่อยาที่รักษา สภาวะสุขภาพก่อนการรักษา และปริมาณที่ได้รับต่อวัน


วิธีกินที่แนะนำ

สำหรับการรักษาด้วยเคมีบำบัด

กินวันละ 3 แก้ว ก่อนและหลังได้รับเคมีบำบัด 5 วัน ดังรูป
หากกินน้อยกว่านี้ จะได้รับสารอาหารน้อยกว่าที่ใช้ในงานวิจัย และอาจไม่ได้ผลลัพธ์ดังกล่าวข้างต้น





พบกับ สินค้า NESTLE HEALTH SCIENCE ได้ที่ STAFF SHOP

หรือสอบถามเพิ่มเติมที่

NestleHealthScience.NHS@nestle.com

 



วิธีดูแลอาหารปกติอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน


อาหารเป็นสิ่งสำคัญส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดยควรรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารเพียงพอและเหมาะสม ก่อน ระหว่างและหลังการรักษาจะช่วยให้ผู้ป่วยแข็งแรงขึ้น ลดอาการแทรกซ้อน และมีความรู้สึกดีขึ้นมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับโรคได้





ควรเลือกกินอะไร



    1. อาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อปลา ไข่ นม ถั่ว ต่างๆ เพราะผู้ป่วยมะเร็งมีอัตราการสลายโปรตีนเพิ่มขึ้น การได้รับโปรตีนและกรดอะมิโนที่จำเป็นอย่างเพียงพอ จึงเป็นสิ่งสำคัญในผู้ป่วยมะเร็ง เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน

    2. อาหารที่ให้พลังงานสูง เนื่องจากผู้ป่วยมักกินอาหารได้ในปริมาณน้อย

    3. กินผักผลไม้ให้ครบวันละ 5 สี จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติในการป้องกันไม่ให้มะเร็งลุกลามได้ (ควรล้างให้สะอาด) เช่น มะเขือเทศ ดอกกะหล่ำ คะน้า แขนงผัก บล็อคโคลี ผักโขม กะหล่ำปลีสีม่วง ถั่ว ส้ม แก้วมังกรสีชมพู มะม่วง (สุก-ดิบ) เป็นต้น

    4. กินไขมันจากปลา เพราะน้ำมันปลามีกรดโอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบ เหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่น้ำหนักตัวน้อย และ ไม่ควรกินอาหารที่มีไขมันจากสัตว์ที่เป็นไขมันอิ่มตัวมาก เช่น หนังติดมัน น้ำมันหมู เพราะสามารถถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์มะเร็งได้

    5. กินมื้อใหญ่ในช่วงเช้า และแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กๆ หลายมื้อ ช่วยให้กินอาหารได้มากขึ้น


 

 

 

 

พบกับ สินค้า NESTLE HEALTH SCIENCE ได้ที่ STAFF SHOP

หรือสอบถามเพิ่มเติมที่

NestleHealthScience.NHS@nestle.com



บทความนี้สำหรับพนักงานเนสท์เล่เท่านั้น